การเร ยนร ในศตวรรษท 21 และการพ ฒนาการเร ยนการสอน



Similar documents
ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

ผลประเม นตาม Learning Outcomes หมวดว ชาศ กษาท วไป (สาหร บผ ประสาน) ภาคเร ยนต น ป การศ กษา 2555 ผลการเร ยนร ผลการประเม น 1.

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

เคร องม อประเม น สถานศ กษาแบบอย างการจ ดก จกรรมการเร ยนร และการบร หารจ ดการตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (สถานศ กษาพอเพ ยง) ป

แผนการจ ดการความร คณะเทคโนโลย การประมงและทร พยากรทางน า

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ป 54

กรอบแนวค ดการประเม นผลการ ปฏ บ ต งาน

แผนการจ ดการเร ยนร ช อว ชา พฤต กรรมผ บร โภค ช อหน วย การแบ งส วนตลาดก บพฤต กรรมผ บร โภค ช อเร องหร อช องาน จานวนช วโมง สาระสาค ญ จ ดประสงค การเร ยนร

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป

การบร หารความร และการเร ยนร VII

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

โครงการสอน (Course Outline) สาระการเร ยนร รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย รห ส ง32101

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

ห วข อการประกวดแข งข น

แผนปฏ บ ต การพ ฒนาสถาบ นครอบคร วจ งหว ดประจวบค ร ข นธ ประจาป พ.ศ (Action Plan) ม.ค. 58 ธ.ค. 57 พ.ย. 57 ก.พ. 58

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แผนการจ ดการความร ด านการผล ตบ ณฑ ต ประจาป งบประมาณ พ.ศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏนครสวรรค สาน กงานคณะกรรมการการอ ดมศ กษา กระทรวงศ กษาธ การ

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนการจ ดการความร มหาว ทยาล ยเจ าพระยา (Knowledge Managements) ป การศ กษา 2556

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

Life's Advantages and Disadvantages of Licensing

แผนพ ฒนาข ดสมรรถนะของบ คลากร

แผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.2550 จ าแนกตามกระบวนการตามกรอบแนวทางการจ ดการความร ท ส าน กงาน ก.พ.ร.ก าหนด

แผนการจ ดการเร ยนร ท

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว จ ยเพ อแก ไขและ พ ฒนาท องถ น

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2556 บ ณฑ ตว ทยาล ย มหาว ทยาล ยราชธาน

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แบบประเม นความพ งพอใจของอาจารย ประจ าหล กส ตรและอาจารย ผ สอน ต อการบร หารจ ดการหล กส ตร

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ผ ร นางว มลวรรณ วงษ สง า น กทร พยากรบ คคล ชานาญการพ เศษ

แผนพ ฒนาบ คลากร ศ นย การศ กษาว ทยาล ยทองส ข พ ษณ โลก ป งบประมาณ 2555

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

แผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะอาช พ และบ รณาการปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

เทคน คว ธ สอนท เน นการเร ยนร เช งร ก

แผนการจ ดการความร ว ทยาล ยพยาบาลบรมราชชนน อ ดรธาน ประจ าป งบประมาณ 2554 ว ทยาล ยพยาบาลบรมราชชนน อ ดรธาน

รายงานผลการด าเน นงานตามแผนการด าเน นงานด านประก นค ณภาพการศ กษา คณะบ ณฑ ตว ทยาล ยว ศวกรรมศาสตร นานาชาต ส ร นธร ไทย-เยอรม น ป การศ กษา 2556

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

การปฏ บ ต งานด านการทาน บาร งศ ลปว ฒนธรรม มหาว ทยาล ยราชภ ฏศร สะเกษ

การวางแผน (Planning)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

การประเม นค ณภาพการศ กษาภายใน ระด บหล กส ตร

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

แผนการจ ดการความร (KM Action Plan) กล มพ ฒนาระบบบร หาร

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

หน า ๔๓ เล ม ๑๓๐ ตอนพ เศษ ๑๕๖ ง ราชก จจาน เบกษา ๑๒ พฤศจ กายน ๒๕๕๖

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

KPI 1.1 การพ ฒนาหล กส ตรท ได มาตรฐาน ร อยละ 70 (จ านวน : หล กส ตร) KPI 1.2 การพ ฒนาเทคโนโลย ทางการศ กษา ร อยละ 20 (จ านวน : คน)

ด านท 2 การบร หารหล กส ตร และงานว ชาการ

ค ม อการประเม น ด านท ๓ ด านผลงานท เก ดจากการปฏ บ ต หน าท

Transcription:

การเร ยนร ในศตวรรษท 21 และการพ ฒนาการเร ยนการสอน ศาสตราจารย ดร.ไพฑ รย ส นลาร ตน รองอธ การบด ฝ ายว จ ย และคณบด ว ทยาล ยคร ศาสตร มหาว ทยาล ยธ รก จบ ณฑ ตย สวพ. : เม องทอง : 14 ธ.ค.2555

เร องท จะค ย โลกย คใหม 1. แนวโน มของโลกย คใหม 2. Seven Mega Trends 3. จ ดเปล ยนของส งคมโลก ท กษะแห งศตวรรษท 21 4. ท กษะท ม การน าเสนอ 5. จ ดเน นของท กษะ เปล ยนค ณล กษณะของผ เร ยนใหม 6. การศ กษาเพ อการซ ออย างฉลาดและผล ตอย างสร างสรรค 7. CCPR Model 8. ส ตตว ธ ของคร ผ เอ อความร นวมรรค : ระบบเพ อส งเสร มและสน บสน น 9. จากนโยบายส ศ นย พ ฒนานว ตกรรมการสอน ความสนใจ 30 ต.ค.55 / ม.เช ยงใหม 21 พ.ย.55 / ราชบ ณฑ ต 29 พ.ย.55 / สกอ. 14 ธ.ค.55 / สวพ.

แนวค ดค ณล กษณะของบ ณฑ ต ค ณล กษณะ 1. ม ความค ดร เร ม 2. ร จ กค ดว เคราะห หาเหต ผล 3. ม ความเช อม นในความสามารถของตนเอง 4. ย ดม นในค ณธรรมของศาสนา 5. ถ อประโยชน ส ขส วนรวมเป นท ต ง 6. ม ความร ล กซ งในสาขาว ชาท ตนศ กษา 7. ผล ตและสร างส งใหม ๆ 8. ประพฤต ตนตามกรอบประเพณ อ นด งามของส งคม 9. ร กการค นคว าหาความร เพ มเต มอย เสมอ 10. ม ความร บผ ดชอบส ง 11. พ ฒนาตนเองให เป นคนท นโลกท นเหต การณ อย เสมอ 12. ม ความขย นและไม ย อท อต อความยากลาบาก 13. เข าใจป ญหาของส งคมอย างแจ มช ด 14. ร จ กกาลเทศะ กร ยามารยาทด 15. ให ความสาค ญก บอนาคตมากกว าอด ต 16. ซาบซ งในศ ลปว ฒนธรรมไทย 17. ม มน ษยส มพ นธ ด 18. ม อ ดมคต เป นเป าหมายในการดาเน นช ว ต 19. อ อนน อมถ อมตน ย ดหล กอาว โส 20. เส ยสละและอ ท ศตนเพ อส งคม ระด บความส าค ญ 5 4 3 2 1

The 15 key trends to shape your future 1 The age of instant communications 2 A world without economic borders 3 Four steps to one-world economy 4 The new service society 5 From big to small 6 The new age of leisure 7 The changing shape of work 8 Women in leadership 9 The decade of the brain 10 Cultural nationalism 11 The growing underclass 12 The active aging of the population 13 The new do-it-yourself boom 14 Cooperative enterprise 15 The triumph of the individual (Gordon Dryden, 1997)

แนวโน มป 2551 แนวโน มท 1 Fueling the Future แนวโน มท 2 The Innovation Economy แนวโน มท 3 The Next Workforce แนวโน มท 4 Longevity Medicine แนวโน มท 5 Weird Science แนวโน มท 6 Securing the Future แนวโน มท 7 The Future of Globalization : Cultures in Collision แนวโน มท 8 The Future of Climate Change แนวโน มท 9 The Future of the Individual แนวโน มท 10 The Future of America and China (James Canton, 2006)

Seven Mega Trends 1. Technologicalization 2. Commercialization & Economy 3. Globalization & Network 4. Urbanization 5. Environmentalization & Energy 6. Individualization 7. Ageing & Health

จ ดเปล ยนของส งคมโลก จ ดเปล ยนของส งคม จ ดเด ม จ ดเปล ยน จ ดเด น จ ดม งหมาย แนวค ด กระบวนการ Modernization Industrialization Post- Modernization Post- Industrialization ว ถ Democracy Post-Democracy ความส มพ นธ Capitalism Post-Capitalism ผล ภาพ Knowledge- Based Globalization Post-Knowledge Based Post- Globalization Critical / Analytical Creative / Innovative Involvement/ Participation Responsibility Ethics Value / Equality Diversification / Individualization ร จ กต วเอง พ ฒนาต วเอง เข าใจส งคม ม ช ว ตท ด ข น สร างค าน ยม ยอมร บความ หลากหลาย

โลกย คใหม 1. ม ความหลากหลาย / ม ล กษณะเฉพาะ / กล มใครกล มม น 2. ปร บต วได / เปล ยนได / ทาได (เปล ยนงาน) 3. เร ยนร ส งใหม ๆ อย เสมอ / ตามท นการเปล ยนแปลง 4. ม ข อม ล / ม เหต ผล / ร บส อใหม ได 5. ค ดว เคราะห / ส งเคราะห / ประเม น 6. เร ยนร ป ญหา / ม สาน กร วม / ร วมแก ป ญหา 7. ร จ กต วเอง / เป นต วของต วเอง / ม ความโดดเด น 8. ม ความด / ความงาม / เฉพาะต ว 9. ม ทางเล อก / สร างทางเล อกเอง 10. ม ผลงาน / Production ใหม ๆ / ขายท วโลก

The 21st Century Learning Source : http://www.p21.org/storage/documents/p21_framework.pdf

The 21st Century Knowledge-and-Skills Rainbow Learning and Thinking Skills Critical Thinking and Problem Solving Communication and Collaboration Skills Creativity and Innovation Skills Contextual Learning Skills Core Subjects and 21st Century Themes Source : Partnership for 21 st Century Skills, 2006 (Bellanca and Brandt,2010)

Academic Achievement engauge 21st Century Skills Digital-Age Literacy Basic, Scientific, Economic, And Technological Literacies Visual and Information Literacies Multicultural Literacy and Global Awareness Effective Communication Teaming, Collaboration, And Interpersonal Skills Personal, Social, And Civic Responsibility Interactive Communication Academic Achievement 21 st Century Learning Inventive Thinking Adaptability, Managing Complexity, and Self-Direction Curiosity, Creativity, And Risk Taking Higher-Order Thinking and Sound Reasoning High Productivity Prioritizing, Planning, and Managing for Results Effective Use of Real-World Tools Ability to Produce Relevant, High-Quality Products Academic Achievement Academic Achievement Source : North Central Regional Educational Laboratory & the Mitiri Group, 2003 (Bellanca and Brandt,2010)

21st Century Competencies and Desired Student Outcomes (Singapore MOE) Academic Achievement Source : http://www.moe.gov.sg/media/press/2010/03/moe-to-enhance-learning-of-21s.php

OECD Framework for 21 st Century Skills Competency Category 1 : Using tools interactively Use language, symbols, and texts interactively ; use knowledge and information interactively ; use technology interactively Competency category 2 : Interacting in heterogeneous groups Relate well to others ; cooperate and work in teams; manage and resolve conflicts Competency category 3 : Acting autonomously Act within the big picture ; form and conduct life plans and personal projects ; defend and assert rights, interests, Limits, and needs. Source : Organization for Economic Cooperation and Development, 2005 (Bellanca and Brandt,2010)

LEAP Framework for 21 st Century Skills Knowledge of human cultures and the physical and natural world, including study in Sciences and mathematics, social sciences, humanities, histories, languages, and the arts Intellectual and practical skills, including Inquiry and analysis Critical and creative thinking Written and oral communication Quantitative literacy Information literacy Teamwork and problem solving Personal and social responsibility, including Civic knowledge and engagement local and global Intercultural knowledge and competence Ethical reasoning and action Foundations and skills for lifelong learning Integrative learning, including Synthesis and advanced accomplishment across general and specialized studies Source : National Leadership Council for Liberal Education and America s Promise, 2007 (Bellanca and Brandt,2010)

7 ท กษะเพ อการอย รอด 1. การค ดเช งว พากษ และการแก ป ญหา (Critical Thinking and Problem Solving) 2. การร วมม อก บเคร อข ายต างๆ (Collaboration Across Networks and Leading by Influence) 3. การปร บต วและการม ความแคล วคล องว องไว (Agility and Adaptability) 4. การค ดร เร มและการเป นผ ประกอบการท สร างสรรค (Initiative and Entrepreneurship) 5. การส อสารท งทางการพ ดและการเข ยน (Effective Oral and Written Communication) 6. การเข าถ งข อม ลและว เคราะห ข อม ล (Access and analyzing Information) 7. การใฝ ร และม จ นตนาการ (Curiosity and Imagination) Source : Wagner, 2008, (ท ศนา แขมมณ, 2555)

7 Cs skills of 21 st century learning Critical thinking and problem solving Creativity and innovation Collaboration, teamwork, and leadership Cross-cultural understanding Communications, information, and media literacy Computing and ICT literacy Career and learning self-reliance Source : Trilling & Fadel, 2009)

ภาพสร ปท กษะสาหร บศตวรรษท 21 1. ท กษะในการหาความร ด วยตนเอง Self-Learning, ICT Literacy, Curiosity 2. ท กษะการทางานร วมก น Communication, Collaboration, Cross-Culture, Teamwork 3. ท กษะการค ดว เคราะห / แก ป ญหา Critical Thinking, Problem-Solving 4. ท กษะการพ ฒนานว ตกรรม Creativity, Innovation, Production 5. ท กษะการใช ช ว ตท ม ค า Responsibility, Leadership, Ultimate Aims, Self-Evaluation, Self-Actualization

The Future of 21st Century Work IN MORE DEVELOPED COUNTRIES Creative Work Research Development Design Marketing and Sales Global Supply Chain Management Routine Work Routine Work DONE BY PEOPLE DONE BY MACHINES IN LESS DEVELOPED COUNTRIES Source : Trilling & Fadel, 21 st Century Skills, 2009

Beyond 2015 Rethinking Learning in a Changing World (1) People possess different kinds of minds and therefore learn, remember, perform, and understand in different ways (Gardener, 1991, 1993); ICTs have created new ways of accessing information, which in turn has produced a new generation of learners who think and process information fundamentally differently (Prensky, 2001); The very nature and the spaces within which learning occurs are changing (CISCO, 2010) and there is need to move beyond the classroom-centred paradigm of learning toward and open learning approach; Non-cognitive skills are important determinants for academic and employment outcomes (Heckman et al., 2006); จาก Unesco, 2012

Beyond 2015 Rethinking Learning in a Changing World (2) Economic returns are determined by the fact that learning has taken place, expressed in cognitive skills (Hanushek and Woessman, 2008); A growing recognition of the importance of key competencies for a successful life and a well-functioning society, as documented in a rich body of studies (Rychen and Salganik (eds.), 2001, 2003; OECD 2005; European Commission, 2006) as well as of 21 st century skills (e.g. P21, 2009; ATC21S, 2010); Learning has a direct impact on growth and development (World Bank, 2011); More attention should be paid to measuring social outcomes (OECD, 2010; University of London Institute for Education, 2008; Stigliz, Sen and Fitoussi, 2009). จาก Unesco, 2012

คนร นใหม : ผ ซ อหร อผ ผล ต ผ ซ อ 1. เร ยนร เทคโนโลย ใหม 2. ตามท นผล ตภ ณฑ ใหม ได 3. เร ยนร นว ตกรรมใหม 4. ส อสารระด บนานาชาต 5. ร วมม อก บคนอ นๆ ได ด 6. เร ยนร และพ ฒนาตนเองได 7. พร อมร บการเปล ยนแปลง 8. เปล ยนส นค าใหม ได เร อยๆ ใช ของใหม ได ผ ผล ต 1. มองข ามเทคโนโลย ใหม ไปได 2. สร างผล ตภ ณฑ ใหม ได เอง 3. พ ฒนานว ตกรรมท สอดคล องส งคม 4. เน นสาระในการส อสาร 5. ร วมม อเพ อพ ฒนาผล ตภ ณฑ ให ก าวหน าข น 6. ร จ กต วเองและพ ฒนาเพ อเป นต วของต วเอง 7. เป นผ กาหนดการเปล ยนแปลงได 8. ออกแบบส นค าใหม ส ตลาดเสมอ สร างของใหม ได

การศ กษาเพ อการซ ออย างฉลาดและผล ตอย างสร างสรรค 1. ร จ กต วเองอย างด พอ 2. เข าใจว ฒนธรรมใหม 3. เร ยนร ว ถ ช ว ตของโลกย คใหม 4. เร ยนร เข าใจการเปล ยนแปลงของเทคโนโลย 5. ตามให ท นการเปล ยนแปลง 6. พ ฒนาผลงานเป นของตนเอง (Innovation) 7. จ ตสาน กในการสร างส งใหม เป นไปเร อยๆ

จาเป นต องเปล ยนว ฒนธรรม เด กไทยในว ฒนธรรมการร บ/เช อ เด กไทยในว ฒนธรรมการสร าง/ตาม เช อตามท ได ฟ ง ขาดความม นใจ ไม แสวงหาข อม ล ขาดความกระต อร อร น ต ดตามแบบเด ม เป นผ บร โภค ทาอะไรต อพอผ าน ไม อดทน/ไม ชอบทางานหน ก ทางานคนเด ยว ไม น กถ งส วนรวม เอาต วเองรอด ขาดค ณธรรมจร ยธรรม ไม สนใจในส นต ว ธ ขาดอ ตล กษณ ไทย ร จ กค ดว เคราะห ม นใจในต วเอง แสวงหาความร กระต อร อร นในความร ค ดสร างสรรค เป นผ ผล ต ม งความเป นเล ศ อดทน/ทางานหน ก ทางานเป นท ม ร บผ ดชอบต อส วนรวม คาน งถ งส งคม ม ค ณธรรม ย ดม นในส นต ธรรม ม ความเป นไทย

(Source : Methods for Effective Teaching, Paul R. Burden & David M.Byrd)

(Source : Methods for Effective Teaching, Paul R. Burden & David M.Byrd)

Student-Centered and Teacher-Centered Strategies (1) METHOD Student-Centered Methods INTENT AND UNIQUE FEATURES Cooperative Learning Debate Differentiated Instruction Discovery Discussion Independent Study Inquiry Panel Role Playing Simulations / Games Students work together to perform specific tasks in small mixed-ability groups with shared responsibility for learning. Competitive discussion of topic between individuals or teams of students. Students engage in different pathways to learning designed to meet their needs and abilities. Students take an active role in their learning process by answering a series of questions or solving problems designed to introduce a concept or skill. Students are active in processing information, defining problems, understanding different points of view. Student works with teacher to define a topic or concept for an individualized plan of study. Students explore course content and learn to ask questions, make discoveries, or solve problems. Students present and/or discuss information on important topics. Students act out roles or situations followed by a debriefing to define what they have learned. Students engage by becoming directly involved in mock events or conflict.

Student-Centered and Teacher-Centered Strategies (2) METHOD Teacher-Centered Methods Demonstration Lecture Modeling Socratic INTENT AND UNIQUE FEATURES Teacher exhibits or displays an experiment, process, or skill to the class and discuss concepts embedded in lesson. Teacher-directed lesson with teacher verbalizing for a majority of the class time with questions often asked and answered. Teacher clearly describes the skill or concept often in multisensory manner (tactile, visual, auditory, kinesthetic) and thinks aloud during modeling. Teacher uses questions to draw out student thinking and analysis.

ร ปแบบการเร ยนการสอนใหม Progressive Learning Cooperative Learning Case-Based Learning Project-Based Learning Problem-Based Learning Research-Based Learning Crystal-Based Learning 21 st Century Pedagogy Student-Center Learning Self-Directed Learning Collaborative Learning Project-Based Learning Problem-Based Learning Learning and Teaching e-portfolio *มคอ.1 สาขาบร หารการศ กษา *Wong, 2555

ส ตตว ธ ของคร ผ เอ อความร คร ผ ให ความร 1. ผ กาหนดจ ดม งหมาย 2. ผ หาความร มาให เด ก 3. ผ ค ดกรองความร ให เด ก 4. ผ บอกความร ท หามา 5. ผ ว เคราะห ผล กความร ให 6. ผ ประย กต ความร ให ด 7. คร ประเม นผลส ดท าย ได ความร เด ม/ความค ดเด ม คร ผ เอ อความร 1. ให ผ เร ยนกาหนดจ ดม งหมายเอง 2. ช วยให ผ เร ยนหาความร ได เอง 3. สอนให ผ เร ยนค ดกรองความร ท ได มา 4. แนะให เด กสร างความร ข นใหม 5. สอนให ตกผล กในความร น น 6. ส งเสร มให ประย กต ความร เป น 7. ประเม นการเร ยนร เอง ได ความร ใหม /ความค ดใหม

ส ตตว ธ : ช วยให ผ เร ยนเก ดการเร ยนร ข นตอนการสอนแบบ เอ อความร (Facilitator) บทบาทผ เร ยน บทบาทคร 1. กาหนดจ ดม งหมายร วมก บผ เร ยน 1. กาหนดจ ดม งหมาย 1. ส งเสร มสน บสน น กระต นให ผ เร ยน ค ดว าจะเร ยนไปทาไม 2. ร วมก นวางแผนในการแสวงหา ความร คร ส งเสร มให ผ เร ยนหา ความร ด วยตนเอง 2. แสวงหาความร 2. แนะแหล งความร ท จะช วยให เด ก แสวงหาความร ได 3. ร วมก นค ดกรองข อม ล 3. เล อก/ค ดสรรความร 3. ส งเสร มสน บสน นให ผ เร ยนสามารถ เล อกและฝ กให ค ดกรองข อม ล 4. ส งเสร มให ผ เร ยนสร างสรรค ความร ด วยตนเอง 5. ส งเสร รมให ผ เร ยนตกผล กใน ความร ท ได มา 6. สอนให ผ เร ยนร จ กประย กต ใช ความร เป น 7. ส งเสร มให ผ เร ยนประเม นความร ท ได มา 4. สร างองค ความร ข นใหม 5.สร ปได ว าได เร ยนร อะไรบ าง (ตกผล กในความร ) 4. ส งเสร มสน บสน นการสร างองค ความร ของผ เร ยน/ทดสอบ/ทดลอง 5.ส งเสร มสน บสน นให ผ เร ยนกระจ างใน ความร /ซ กถาม/ประเม น 6. ประย กต ความร ได 6. เน นให ร จ กใช ความร ได เห นว ธ การ ต างๆ ท ใช 7. ประเม นความร ท ได มา ใช ได หร อไม ได 7. ส งเสร มให ผ เร ยนสามารถประเม น ความร ท ได มา / ฝ กการต งเกณฑ

บทบาทผ สอน : บทบาทผ เร ยน บทบาทผ สอน ฟ ง / ประเม น ผ กาหนดจ ดม งหมาย ฝ กปฏ บ ต นอกสถานท ผ กาหนดจ ดม งหมาย ผ หาความร มาให เด ก ผ หาความร มาให เด ก ฯลฯ ผ ค ดกรองความร ให เด ก ผ ค ดกรองความร ให เด ก ผ บอกความร ท หามา ผ บอกความร ท หามา ผ ว เคราะห ผล กความร ให ผ ว เคราะห ผล กความร ให ผ ประย กต ความร ให ด ผ ประย กต ความร ให ด คร ประเม นผลส ดท าย คร ประเม นผลส ดท าย ฟ ง / ถาม ต งคาถาม / ให แสดงความค ดเห น / ให งานทา / ให ความค ดเห น / ค ดว เคราะห / ฝ กปฏ บ ต / เสนอผลงาน ฯลฯ บทบาทผ เร ยน

ส : การศ กษาเช งสร างสรรค และผล ตภาพ การบร หาร องค กร กระบวนการ แสวงหาความร นว ตกรรมใหม ทางเล อก ภ ม ป ญญาไทย ค ดว เคราะห หล กส ตร ว ฒนธรรมองค กร ค ดสร างสรรค ม ผลงาน ค ณล กษณะ ผ เร ยน CPE การเน นผลผล ต การบร หารเช งว จ ย ร บผ ดชอบ กระบวนการสอน บร หารเพ อการ เปล ยนแปลง Responsibility-Based Productivity-Based Creativity-Based Criticality-Based

ผ เร ยนใหม : CCPR Model (1) บร โภคน ยม ว เคราะห C ritical Mind บร โภค/ตามอย าง บร โภค/สร างสรรค สร างสรรค C reative Mind ตามอย าง ผล ตผล/ตามอย าง ผล ตผล/สร างสรรค สร างสรรค ผล ตภาพ P roductive Mind ร บผ ดชอบ R esponsible Mind ผล ตผลน ยม

ล กษณะผ เร ยน : CCPR Model Critical Mind มองส งคมให รอบด าน ร ท มาท ไป เข าใจเหต และผล Creative Mind ค ดต อยอดจากท ม อย ประย กต และใช ประโยชน มองประเด นใหม ได Productive Mind คาน งถ งผลผล ต ม ว ธ การและค ณภาพ ค าของผลงาน Responsible Mind น กถ งส งคม/ประเทศชาต ม จ ตสาน กสาธารณะ ค ณธรรม/จร ยธรรม/ความด งาม

แนวค ดของหล กส ตร : CCPR Model (2) ภ ม ป ญญาไทย สาระทางเล อก นว ตกรรมใหม กระบวนการแสวงหา

การสอนเช งสร างสรรค และผล ตภาพ:CCPR Model (3) Criticality-Based Creativity-Based Productivity-Based Responsibility-Based

ว ธ การเร ยนการสอน : CCPR Model Criticality - Based Instruction ว เคราะห ป ญหารายบ คคล แลกเปล ยนความเห น ทบทวนต วเอง / ประเม น เป นต วของต วเอง Creativity- Based Instruction มองใหม / เสนอใหม / ค ดใหม ให ทางเล อก / เพ ม / ลด ต อยอด / เสร ม / เพ ม ลองแล ว / ลองอ ก / ให แน ใจ Productive - Based Instruction วางเป าหมายท ผลงาน แสวงหาว ธ การต างๆ ให ได งาน ทดสอบ / ประเม นค ณภาพ ปร บเปล ยน / สอดส อง Responsibility Based Instruction ปล กในท กระบบ น าต วเองส สาธารณะ / ส งคม ด / ทดสอบ / ร ปแบบต วอย าง ย า / ซ า / ทวน ความด งาม

ส ตตว ธ ของคร ผ เอ อความร คร ผ ให ความร 1. ผ กาหนดจ ดม งหมาย 2. ผ หาความร ให เด ก 3. ว เคราะห ความร ให ด 4. ประเม นความร ให เป นต วอย าง 5. อธ บายการใช ความร ให เด ก 6. อธ บายองค ความร เด ม 7. ประเม นผลเพ ยงคนเด ยว คร ผ เอ อความร 1. ช วยให เด กกาหนดจ ดม งหมายได 2. ช แนะว ธ หาความร ให เด ก 3. แนะให เด กว เคราะห ความร ได 4. ช วยให เด กประเม นความร ท ได 5. ส งเสร มให ประย กต ความร เป น 6. ให เด กสร างองค ความร ข นเอง 7. ให เด กประเม นการเร ยนร เอง

แนวทางการบร หาร ว ฒนธรรมองค กร การเน นผลผล ต การบร หารเช งว จ ย บร หารเพ อการเปล ยนแปลง

CPL MODEL OF LEADERSHIP Critical Leadership CL Creative & Productive Leadership CPL Transformational Leadership TL Imaginary Leadership IL

ก าวพ นบาปห าประการ-ป ญจปาป เน นแต ว ชาการ เน นแต เน อหา ไม เน นช ว ตจร ง ไม เน นกระบวนการ เน นแต ความจา ไม เน นการค ด เน นแต ความคงท ไม เน นความเปล ยนแปลง เน นแต อด ต ไม เน นอนาคต

ล กษณะผ สอน พระคร ข นเทศน สหายร ก คนข สงสาร อย าแหย เส อด คนไอค วส ง ค ณป า น กต อส ส ทธ คร ท นคนท นสม ย สดใสแฟช น ค ณคร Preacher / Monk Buddy Sympathizer Tiger High I.Q. Aunty Right Fighter Modern Man / Woman High Fashioned Teacher (Hurt, Scott, & Mc Croskery, 1977)

Great Teacher Mediocre Teacher Tells Good Teacher Explains Great Teacher Inspires